แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

“ วัยเกษียณ ” เมื่อพูดถึงคำนี้แล้วทุกคนก็จะคิดถึงวัยที่ต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เนื่องจากการทำงานที่ยาวนานของชีวิตมาแล้ว แต่อย่าล...

เมื่อวัยเกษียณลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์




“ วัยเกษียณ ” เมื่อพูดถึงคำนี้แล้วทุกคนก็จะคิดถึงวัยที่ต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เนื่องจากการทำงานที่ยาวนานของชีวิตมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าการใช้ชีวิตในทุกๆวันนั้นย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แล้วเงินออมของคุณนั้นเพียงพอที่จะใช้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของคุณหรือไม่ ดังนั้นวัยเกษียณจึงต้องมีการลงทุน นำเงินออมของคุณบางส่วนมาลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้เข้ามาบางอย่างน้อยก็เป็นการนำมาชดเชยกับรายจ่ายที่ยังคงมีอยู่หลังจากเกษียณ และแน่นอนว่าบทความที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณอายุกัน

เมื่อพูดถึงวัยเกษียณกับการลงทุนแล้วล่ะก็ วัยนี้ถือได้ว่าเป็นวัยที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต่ำ เพราะหลังจากเกษียณแล้วจะถือได้ว่าจะไม่ได้เงินเดือนทุกเดือนเหมือนตอนที่ยังทำงานอยู่ (ยกเว้นข้าราชการบำนาญ)  เงินที่ใช้ก็เกิดมาจากเงินออมที่เคยออมไว้ในตอนที่ยังทำงานอยู่ ดังนั้นจึงควรที่จะมีการวางแผนเพื่อให้ทรัพย์สินที่มีอยู่ หรือทุนเพียงพอที่จะสร้างรายได้ให้ในอนาคตหลังจากเกษียณอายุ ความพร้อมจากการวางแผนนั้นจะทำให้การลงทุนผิดพลาดน้อยลงและยังทำให้เกิดความเสี่ยงได้น้อยลงอีกด้วย

สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้เกษียณเองนั้น ผู้ที่จะลงทุนจะต้องศึกษาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนให้มากเพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าวัยเกษียณเป็นวัยที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต่ำ ดังนั้นการจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ควรที่จะเริ่มศึกษาการลงทุนตั้งแต่ก่อนเกษียณอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆหรืออาจจะมีการลงทุนล่วงหน้าเพื่อเป็นฐานให้กับการลงทุนเมื่อเกษียณอายุออกมาเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความเสี่ยงมากนัก ก็ถือได้ว่าถ้าเราปูพื้นมาดีแล้วหลังจากนั้นเราก็จะมีรายรับจากสิ่งที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ แล้วสิ่งที่ผู้เกษียณอายุจะรู้ก่อนที่จะลงทุนนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน 

อย่างแรกเลยคือ : รายรับที่เราจะมีหลังจากเกษียณ เพื่อที่เราจะสามารถจัดสรรเงินสำหรับการลงทุนได้และผลที่ได้จากการลงทุนด้วยเงินนั้นจะให้ผลตอบแทนกับเรามากน้อยเท่าไหร่ได้

ต่อมาคือ : รู้ค่าใช้จ่าย เมื่อรู้รายรับแล้วเราก็ต้องรู้ด้วยว่ารายจ่ายของเราเป็นเท่าไหร่ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราเกษียณแล้วรายจ่ายหลายๆอย่างก็ควรที่จะลดลงไปบ้าง 

และอย่างสุดท้ายก็คือหาความรู้ ศึกษาข้อมูลการลงทุนและประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหลังจากลงทุน ว่าเรามีความสามารถที่จะรับได้มากน้อยเพียงใด  

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วผู้ที่คิดที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณนั้นจะต้องเริ่มวางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้าได้แล้วเพื่อชีวิตที่สบายในวัยหลังเกษียณอายุ ขอให้มีความสุขกับการลงทุนในวัยเกษียณ....

TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อใด ???? หลายต่อหลายคนอาจคิดถึงภาพตอนขายว่าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วกำ...

ทำความเข้าใจกับกำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์




กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อใด ???? หลายต่อหลายคนอาจคิดถึงภาพตอนขายว่าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วกำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นสองครั้ง 

ครั้งแรกกำไรส่วนต่างเกิดขึ้นในตอนซื้อหมายความว่าหากเราซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นได้ในราคาถูก หรือเราสามารถต่อรองราคาได้ราคาต่ำกว่าราคาในท้องตลาด ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้เราจะพบได้บ่อยเมื่อผู้ขายมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เงิน  ผู้ขายย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยหรือย้ายสถานที่ทำงาน  การซื้อขายระหว่างญาตพี่น้อง  หรือแม้แต่การซื้อทรัพย์จากบังคับคดีเอง  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทรัพย์สินที่เราซื้อนั้นมีราคาสูงหรือต่ำ  เราสามารถหาความรู้เพิ่มเติมหรือราคาทรัพย์สินนั้นในราคาคร่าวๆ จากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของทางราชการว่ามีราคาเท่าไหร่  ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจว่าจริงๆ แล้วทรัพย์สินที่เราสนใจราคาเท่าในแน่  

ทางหนึ่งซึ่งควรทำอย่างยิ่งคือการออกสำรวจพื้นที่ที่ใกล้เคียงว่าระยะเวลาหนึ่งปี สองปี หรือสามปีที่ผ่านมามีการซื้อขายที่ดินบริเวณนั้นหรือไม่  และซื้อขายกันในราคาเท่าใด  นอกจากนี้การเสนอซื้อเสนอขายที่ดินบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็เป็นตัวกำหนดราคาอย่างคร่าวๆ ได้เช่นเดียวกัน  จากนั้นเราก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เราไปลงสำรวจพื้นที่มาวิเคราะห์อย่างคร่าวๆ ว่าราคาที่เราจะซื้อนั้นเหมาะสมหรือไม่  ถูกหรือแพงเกินไป  ข้อดูอีกประการหนึ่งของการสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่ดินแปลงที่เราสนใจซื้อคือเราสามารถทราบสภาพพื้นที่ว่าอยู่ใกล้แหล่งชุมชนไหม  ที่ผ่านบริเวณนี้เคยถูกน้ำท่วมไหม  เป็นพื้นที่ที่จะมีคนต้องการซื้อไหม  หากพื้นที่บริเวณนั้นกำลังเป็นที่ต้องการเราก็จะสามารถขายที่ดินได้อย่างไม่ยากนัก
ครั้งที่สองกำไรส่วนต่างเกิดขึ้นในตอนขาย  ซึ่งมีระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง  ยิ่งถือครองที่ดินไว้ได้นานก็จะยิ่งทำให้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น  แต่ก็ไม่เสมอไปเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวผู้ขาย  รวมถึงความต้องการที่ดินบริเวณนั้น  สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม  แต่โดยทั่วไปแล้วเวลาจะมีความสัมพันธ์กับราคาที่ดิน  เหตุผลสำคัญเนื่องจากทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด  ในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นตลอดเวลาและที่ดินยังเป็นปัจจัยสำคัญทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน  เป็นปัจจัยการผลิตทุกอย่าง  ดังนั้นความต้องการอสังหาริมทรัพย์จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดเวลาซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่จะปฏิเศษไม่ได้เลยว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน  

นอกจากนี้กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์จะมากหรือน้อยปัจจัยเรื่องทำเลที่ตั้งของตัวอสังหาริมทรัพย์เองจะเป็นตัวกำหนดราคาสูงหรือต่ำ  กำไรมากหรือน้อย


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นนอกจากจะหาเงินได้ในแต่ละเดือน หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไป ออมไว้บางส่วนแล้วก็แทบที่...

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องการที่จะลงทุน





แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นนอกจากจะหาเงินได้ในแต่ละเดือน หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไป ออมไว้บางส่วนแล้วก็แทบที่จะไม่พอใช้กันเลยทีเดียว และเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันนี้ ทำให้เราเกิดความคิดที่จะนำเงินออมบางส่วนที่มีนั้นมาลงทุนโดยการลงทุนหากจะค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วก็คงมีหลากหลายทางเลือกทีเดียว แต่การลงทุนอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั้นก็น่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 

“อสังหาริมทรัพย์”  เมื่อได้ยินคำนี้แล้วคนส่วนมากมักจะคิดว่า เป็นไปไม่ได้หรอก มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนมันสูงจะตาย มีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่จะลงทุนได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าเรามาทำความรู้จักกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดีๆแล้วนั้นคุณจะรู้ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็สามารถลงทุนได้  และในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้คนทั่วไปจำนวนไม่น้อยเลยที่มีความสนใจในการลงทุนประเภทนี้

แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราสนใจอยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็เนื่องด้วยเจ้าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นๆ นั้นก็คือ 

1. มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป  หรือจะพูดง่ายๆคือ ราคาของที่ดินจะเพิ่มขึ้นนั้นเอง ยิ่งถ้าที่ดินที่เราถือครองอยู่นั้นทำเลที่ตั้งเป็นที่ต้องการของคนส่วนมาก ก็จะยิ่งทำให้มูลค่าเพิ่มมาขึ้น 

2. สามารถสร้างผลประโยชน์อื่นตอบแทนได้นอกเหนือจากการปล่อยทิ้งไว้ให้มูลค่าเพิ่ม ลองคิดดูว่าถ้าเราเอาที่ดินหรือบ้านให้คนอื่นเช่า เราก็จะมีรายรับทุกๆเดือน

นอกจากความแตกต่างดังกล่าวแล้วรูปแบบในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่าสำคัญเช่นกัน มีอะไรกันบ้างเรามาดูกัน

1. ซื้อเพื่อให้เช่า เช่นซื้อคอนโด หรืออาคารพาณิชย์เพื่อให้เช่าเป็นการลงทุนระยะยาวเมื่อให้มีรายได้จากการให้เช่าเป็นงวดๆ ก็คือถ้าใครอยากมีรายรับทุกเดือนเราก็ปล่อยอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ให้กับผู้ที่สนใจเช่าก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

2. ซื้อเพื่อเอาไว้เก็งกำไร รูปแบบนี้เป็นการลงทุนระยะสั้น ซื้อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาทุนที่ต่ำ โดยผู้ซื้อจะต้องดูว่าในปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนี่มีทำเลที่ตั้งที่ดี ในอนาคตจะเป็นที่ต้องการของบุคคลทั่วไป และจะทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นนั้นเอง 

เมื่อเราเห็นความแตกต่างและรูปแบบของการลงทุนประเภทนี้แล้ว ก็น่าจะกระตุ้นความอยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นเราควรศึกษาความเสี่ยงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน 


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

ขึ้นชื่อว่า การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีเพียงแค่การซื้อมาเพื่อเก็งกำไรเพียงเท่านั้น การรู้จักประยุกต์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กั...

สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการประยุกต์






ขึ้นชื่อว่าการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีเพียงแค่การซื้อมาเพื่อเก็งกำไรเพียงเท่านั้น การรู้จักประยุกต์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพย์สินก็สามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับเราได้โดยที่เรายังเป็นเจ้าของอยู่ได้นั่นเอง หรือหากขายออกไปแล้วเราจะได้รับกำไรในจุดที่เราพอใจ ปัญหาคือแล้วเราจะใช้แนวคิดใดในการประยุกต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกันดี

สิ่งสำคัญเราต้องเข้าไปดูว่าทำเลที่เราหมายปองหรือเราเป็นเจ้าของ มีข้อจำกัดด้านการปลูกสร้างอย่างไร และมีแนวโน้มที่จะเป็นไปในทิศทางใดในอนาคต และหากจะสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเราจะทำในทิศทางไหนเพื่อให้เกิดประโยชน์ และไม่เป็นการกระทบต่อชุมชนหรือข้อกำหนดของบริเวณนั้น หากได้ข้อสรุปแล้วก็ให้นำต้นทุนที่เราต้องดำเนินการทั้งหมด มาหักลบกับรายได้ที่คาดว่าจะเข้ามา จะทำให้เราทราบถึงประมาณการรายได้ และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามการประมาณการอาจไม่ตรงตัวทั้ง 100% แต่ก็พอจะทำให้เราได้เห็นตัวเลขได้ว่าการลงทุนในครั้งนี้จะสร้างกำไรได้เหมาะสมแก่การลงทุนหรือไม่นั่นเอง

การวางแผนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรวางแผนให้รอบครอบและรัดกุม หากเราไม่มีความรู้ความเข้าใจในการประเมิณ หรือประมาณการควรหาผู้รู้เข้ามาช่วยวิเคราะห์ โดยการจัดทำออกในหลาย ๆ รูปแบบ เช่น หากเรามีที่เปล่าขนาดใหญ่อยู่ในทำเลที่เป็นชุมชน ก็ให้เขียนแผนงานออกมาหลาย ๆ แผน ไม่ว่าจะเป็นการจัดแบ่งพื้นที่ในการทำเป็นตลาดเพื่อให้เช่าทำการค้าขาย ทำอพาร์ตเม้นท์หรืออาคารพาณิชย์ให้เช่าหรือขาย ทำที่จอดรถสำหรับให้บริการผู้ที่สัญจรไปมา เป็นต้น แล้วเทียบเคียงราคาการพัฒนาที่ดินในทุก ๆ ทาง แล้วมาดูว่าหากให้เช่าหรือขายออกไปแบบไหนจะสามารถสร้างกำไรได้มากกว่ากัน เนื่องจากการพัฒนาหรือก่อสร้างในแต่ละช่องทางย่อมมีต้นทุนไม่เท่ากัน ราคาขาย หรือราคาให้เช่า ก็ไม่เท่ากันเช่นกัน แต่สุดท้ายก็มาวัดผลกันที่ประมาณการกำไรที่เราจะได้รับนั้นว่าทางใดจะสูงที่สุด ภายใต้ข้อกำหนดราคาต้นทุนที่เราจะสามารถลงทุนได้ด้วย


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , เคล็ดลับการลงทุน , วางแผนการลงทุน

การขายอสังหาริมทรัพย์ หากเราจะดำเนินการเองทุกอย่างก็สามารถทำได้ แต่หากเราต้องการตัดความยุ่งยากในส่วนนี้ออกไปให้กับนายหน้า เพื่อเป็...

รู้จักการทำสัญญากับนายหน้าฝากขาย




การขายอสังหาริมทรัพย์ หากเราจะดำเนินการเองทุกอย่างก็สามารถทำได้ แต่หากเราต้องการตัดความยุ่งยากในส่วนนี้ออกไปให้กับนายหน้า เพื่อเป็นการประหยัดเวลาก็ดูจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยในปัจจุบันมีนายหน้าเก่ง ๆ และเชี่ยวชาญอยู่เป็นจำนวนมากที่จะช่วยเราจัดการปัญหาด้านต่าง ๆ นี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเอกสารที่เราต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและรัดกุมให้มากที่สุด รวมไปจนถึงด้านการเจรจาต่อรองราคาที่จะไม่ทำให้เราเสียเปรียบผู้ซื้อได้ “นายหน้า” จึงถือได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างยิ่ง

เงื่อนไขในการใช้บริการนายหน้าด้านอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยส่วนใหญ่แล้วจะชำระค่านายหน้ากันก็ต่อเมื่อขายได้แล้วเท่านั้น ซึ่งในระหว่างอยู่ในสัญญาการฝายขาย นายหน้าก็จะมีหน้าที่จัดหาผู้ซื้อ หรือจูงใจให้คนมาซื้อหรือลงทุนในอสังหาฯ ของเราให้จงได้ เพื่อที่จะได้รับส่วนแบ่งในส่วนนี้ไป ซึ่งหากเราสามารถขายได้ในราคาที่เราตั้งใจไว้ และคำนวณในเรื่องของส่วนแบ่งที่ได้ตกลงกัน เมื่อหักกับค่าเสียเวลา และจิปาถะอื่น ๆ แล้วละก็ ถือว่าคุ้มค่าเอาการเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการทำสัญญาฝากขายกับนายหน้าที่ดูจะเป็นที่นิยมทำกันมาก สามารถทำได้ในวิธีการที่หลากหลายอยู่ด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็น

  • สัญญาแบบเปิดกว้าง (Open Listing) การทำสัญญาในลักษณะนี้เจ้าของสามารถทำสัญญาฝากขายกับนายหน้าได้หลายราย และหากนายหน้ารายใดสามารถทำการขายอสังหาฯ ได้ก่อนคนแรกก็จะจ่ายค่านายหน้าให้กับคนนั้น ซึ่งสัญญาในลักษณะนี้ โดยส่วนใหญ่นายหน้าจะไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ เพราะต้องวัดดวง ช่วงชิงจังหวะกับนายหน้ารายอื่น ๆ อีก ซึ่งอาจทำให้เสียโอกาสหรือทำงานแล้วไม่ได้รับค่าตอบแทนเลย
  • สัญญาที่ทำกับนายหน้ารายเดียว (Exclusive Agency Listing) การทำสัญญาในลักษณะนี้เจ้าของจะทำสัญญาไว้กับนายหน้ารายเดียวเท่านั้น แต่เจ้าของก็ยังสามารถดำเนินการขายได้เอง และหากสามารถหาผู้ซื้อได้ก่อนนายหน้า เจ้าของก็ไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับนายหน้าใด ๆ ทิ้งสิ้น เป็นการยอมรับกันในสัญญา และอย่างน้อยๆ นายหน้าก็ตัดคู่แข่งรายอื่นออกไปได้ เหลือเพียงเจ้าของอสังหาฯ คนเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังจะมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับค่านายอยู่ดี หากเจ้าของสามารถขายอสังหาฯ ได้ก่อนนั่นเอง
  • สัญญาขายฝากแบบเบ็ดเสร็จ (Exclusive Right to Sell Listing) การทำสัญญาในลักษณะนี้เจ้าของจะเลือกนายหน้าและทำสัญญาไว้กับนายหน้าเพียงรายเดียว พร้อมกับมอบหมายภาระหน้าที่ให้ดำเนินการขายภายในระยะเวลาที่ได้ตกลงกัน ซึ่งโดยปกติจะกำหนดระยะเวลาไว้ที่ 6-10 เดือน โดยประมาณ ข้อดีของการทำสัญญาในลักษณะนี้ก็คือ หากอสังหาฯ ถูกขายได้ก่อนที่นายหน้าจะขายได้นั้น นายหน้าก็จะได้รับค่าธรรมเนียมตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้นายหน้าเร่งทำงานได้อย่างเต็มที่ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ให้จงได้
  • สัญญาที่ทำการขายเพียงครั้งเดียว (One Time Show Listing) การทำสัญญาในลักษณะนี้จะมีผู้ซื้อที่มีศักยภาพรอซื้ออยู่แล้ว แต่ผู้ซื้อจะทำการระบุผู้ที่มาเสนอขายไว้ เพื่อเป็นการการันตีว่าถึงอย่างไรแล้ว อสังหาก็จะสามารถขายได้ ดังนั้นเราจึงต้องเลือกใช้บริการนายหน้าที่มี list รายชื่อเท่านั้น เพราะเป็นการการันตีว่าหากเราใช้บริการนายหน้าประเภทนี้แล้ว อสังหาฯ ถูกขายออกไปได้อย่างแน่นอน  

ไม่ว่าผู้ลงทุนจะตัดสินใจเลือกทำสัญญาฝากขายในลักษณะใด ก็ย่อมต้องดูความเหมาะสมของอสังหาฯ ไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของราคาขาย การจ่ายค่านายหน้า เป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมหรือไม่ และโอกาสที่เราจะขายได้เองนั้นมากน้อยแค่ไหน หากเราคิดว่าเราสามารถขายอสังหาฯ ได้เอง และมีเวลาในส่วนของการดำเนินการด้านเอกสาร ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้บริการนายหน้าแต่อย่างใด และในทางตรงกันข้ามหากเราไม่ต้องการยุ่งยากดำเนินการใด ๆ  ต้องการเพียงให้มีผู้มาซื้อเท่านั้น การใช้บริการนายหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ต้องใช้บริการกันเป็นปกติเช่นกัน


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , เคล็ดลับการลงทุน , วางแผนการลงทุน

แต่ถ้าหากเรานำเงินที่ได้จากการออมเปลี่ยนเป็นทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยขึ้นมาหละ อย่างเช่น เอาไป ลงทุน แล้วให้ได้ผลตอบแทนสั...

การลงทุนทำให้รวยเร็วขึ้น ตอนที่ 2





แต่ถ้าหากเรานำเงินที่ได้จากการออมเปลี่ยนเป็นทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ได้ดอกเบี้ยขึ้นมาหละ อย่างเช่น เอาไปลงทุนแล้วให้ได้ผลตอบแทนสัก 10%ต่อปี ก็จะทำให้ 

A. จะมีเงินเก็บ 7,340,000 บาท
B. จะมีเงินเก็บ 7,150,000 บาท

ข้อสังเกตุ : 
ด้วยความสามารถพิเศษของดอกเบี้ย ทำให้เงินที่เราแค่ออมไว้เฉยๆเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าน
นี่คือหลักการ ให้เงินทำงานแทนเรา 
ผลตอบแทนที่ทบต้น จะทำให้เราได้เงินเพิ่มแบบ ทวีคูณ นี่แหละ ที่ทำให้คนรวยทำไมถึงยิ่งรวย เพราะใช้เพียงแค่ดอกเบี้ยก็พอกินแล้ว

หรือลองมาดูกันอีกที ในเมื่อเริ่มจะรู้จักที่จะลงทุนแล้ว ก็ต้องลองคิดให้มันใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเข้าไปอีก หากเรารู้จักลงทุนและทำผลตอบแทนได้ปีละ 20% หละอะไรจะเกิดขึ้น เงินจากกรณี A ก็จะงอกเงยเป็น 177 ล้านบาทในทันที แทบไม่น่าเชื่อกับคำตอบที่คำนวณได้ พลังของดอกเบี้ยมันน่าทึ่งจริงๆใช่มั้ยหละ ดังนั้น เคลัดลับความรวยอยู่ที่การบริหารเงิน ไม่ใช่การหาเงิน แต่ ให้เงินทำงานแทนเรา 

แล้วอะไรคือให้เงินทำงานแทนเราหละ ซึ่งคุณก็อาจจะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่ก็คงไม่เชื่อและไม่เข้าใจอยู่ดีว่า เงินจะงอกเงยได้ขนาดนั้นเลยเหรอ มันไม่ยากหรอก เพียงแต่คุณรู้จัก การบริหารเงินออม เราก็สามารถรวยได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องขวยขวายหารายได้พิเศษใดๆเลย เพียงแค่เราต้องรู้จักการต่อยอดเงินที่หามาได้นั่นเอง 

ลองสังเกตุจากคนจีนสมัยก่อน หากใครรู้จักที่จะนำเงินมาซื้อที่ดินถูกๆในกรุงเทพฯแล้วหละก็ ว้าว!ได้เลยเพราะตอนนี้คุณๆเหล่านั้นก็คงเป็นเศรษฐีกันเป็นแถวไปแล้ว ส่วนคนที่ฝากธนาคารก็คึงมีการถอนเข้า ฝากเพิ่มมาใช้จ่าย จนปัจจุบันก็ยังคงมีความรวยเท่าๆกับสมัยก่อน ดังนั้น การทำเงินเก็บให้มีมูลค่าเพิ่มนี่แหละ สำคัญกว่ารายได้ที่หามาได้ในชีวิตทำงานเสียอีก

หากท่านใดเคยเห็นหลักสูตรของ Rich Dad. Poor Dad แล้วหละก็ ลองนึกถึงภาพกราฟที่ พ่อเค้าคอยสอนลูกให้รวย โดยเค้าทำกราฟเปรียบเทียบระหว่างคนทั่วไปที่เก็บเงินด้วยวิธีการออมเพียงอย่างเดียว รายได้เมื่อเกษียณจะมีน้อยกว่าเงินเดือนสุดท้ายที่คุณได้ด้วยซ้ำ แต่ในขณะที่อีกวิธีคือการที่คุณนำเงินออมที่ได้ในแต่ละเดือนไปลงทุนอะไรสักอย่างที่จะทำให้ได้มาซึ่งผลตอบแทน หรือ ดอกเบี้ย จะพบว่า เมื่อคุณเกษียณเงินที่คุณได้มาก็จะมีมากกว่าเงินเดือนทั้งชีวิตของคุณด้วยซ้ำไป

นี่แหละเป็นวิธีที่ให้เงินทำงานแทนเรา การเอาเงินไปลงทุนแล้วเราก็จะได้มาซึ่งผลตอบแทน

TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , เคล็ดลับการลงทุน , วางแผนการลงทุน

*ทำไมเราต้องลงทุน นอกจากทัศนะคติที่มีต่อเรื่อง เงินๆ ทองๆ ที่เราต้องเอามาขบคิดแบบคนรวยแล้ว เคล็ดลับความรวย ที่คนทั่วไปไม่...

การลงทุนทำให้รวยเร็วขึ้น ตอนที่ 1






*ทำไมเราต้องลงทุน

นอกจากทัศนะคติที่มีต่อเรื่อง เงินๆ ทองๆ ที่เราต้องเอามาขบคิดแบบคนรวยแล้ว เคล็ดลับความรวย ที่คนทั่วไปไม่รู้ก็ยังมีอีกมากมายหลายเรื่อง และเรื่องที่สำคัญและเป็นพื้นฐานของความรวย คือ เรื่องของการต่อยอดของเงินที่มีอยู่ เคยมีหลายๆคนกล่าวไว้ว่า คนที่มีเงิน 1 ล้านบาท จะหาเงินล้านที่สอง ล้านที่สาม ง่ายกว่าล้านแรกมากๆ เพราะเคล็ดลัยที่เราหลายคนไม่เคยเรียนรู้นั่นคือ ผลตอบแทน มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์มากๆ แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่างอัลเบิรต์ ไอส์ไตน์ ที่ฉลาดมากยังต้องทึ่งกับการเติบโตอย่างทวีคูณของผลตอบแทนที่ทบต้น หรือดอกเบี้ยทบต้น นั่นเอง

ผลตอบแทน คือ คำตอบความรวย ซึ่งความรวยมาได้ยังงัยก็ต้องมาจากการกล้าที่จะลงทุน บางคนจะรู้สึกกลัวกับคำว่า ลงทุน งั้นเรามาปรับคำว่าลงทุน เป็นคำที่เมื่อได้ฟังแล้วดูใจชื้นขึ้นมาอีกนิด นั่นคือคำว่า ออมเงิน เหมือนจะต่างกันในความรู้สึก แต่อันที่จริงมันมีความหมายเหมือนกัน แต่จะต่างกันก็แค่วิธีการ
การที่เราออมเงินแล้วเราจะได้อะไร คุณฝากเงินเพราะคุณอยากได้อะไร คุณซื้อคอนโดก็เพื่ออะไร ทุกอย่างที่คุณทำก็เพื่อให้เงินมันงอกเงย มันก็คือ ดอกเบี้ยนั่นเอง มาดูความมหัศจรรย์ของดอกเบี้ยกัน

ความลับของความรวย ที่สำคัญอีกอย่างที่คนรวยมักจะรู้ แต่คนทั่วไปอาจไม่รู้คือ พลังของดอกเบี้ย ซึ่งคุณอาจไม่คิดว่าดอกเบี้ยเพียงปีละ 10% คือการฝากเงินไว้ 100 บาทแล้วได้ดอกเบี้ยปีละ 10 บาทนี่แหละ จะมีความมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้ หากเราแบ่งออกเป็น 2 กรณี

A. คุณเริ่มเก็บเงินเดือนละ 2,000 บาท ตั้งแต่อายุ 25 ปี และเลิกเก็บเงินเมื่ออายุ 35 ปี รวมแล้วใช้เวลาเก็บ 10 ปี แล้วคุณก็ปล่อยให้เงินมันเจริญงอกงามเองไปเรื่อยๆจนอายุ 65 ปี
B. ช่วงแรกๆ คุณก็เที่ยวเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ ไม่เก็บเงิน แล้วก็มาเริ่มเก็บตอนอายุ 30 ปี ซึ่งดูแล้วช้ากว่ากรณี A ไปประมาณ 5 ปี แต่หลังจากนั้นคุณก็ขยันออมเงิน เงินละ 2,000 บาท ตั้งแต่อายุ 30 จนคุณมีอายุ 65 ปี รวมแล้วเก็บเงินเป็นระยะเวลา 35 ปี 

ซึ่งถ้าเราเก็บเงินทั้งสองกรณี โดยการเก็บใส่กระปุกไว้ มันก็จะไม่มีผลตอบแทนใดๆเกิดขึ้นเลย ลองมาคำนวณกันเล่นว่าเงินจะมีเพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่

A. คุณเก็บเงิน 2,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน/ปี เก็บเป็นเวลา 10 ปี คุณจะมีเงินอยู่ 240,000 บาท
B. คุณเก็บเงิน 2,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน/ปี เก็บเป็นเวลา 35 ปี คุณจะมีเงินอยู่ 840,000 บาท
ซึ่งนี้เป็นการออมเงินโดยที่ไม่ได้นำเงินไปลงทุน อายุ 65 คุณก็มีเงินอยู่เท่าที่เห็น เดี๋ยวเรามาดูกันต่อว่าหากคุณหวังผลคือ ดอกเบี้ย คุณต้องทำอย่างไรกับเงินออม

TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , เคล็ดลับการลงทุน , วางแผนการลงทุน


ถ้าเราไม่เริ่มต้นซะตั้งแต่วันนี้ แล้วจะไปเริ่มต้นวันไหน ใคร ๆ ก็อยากร่ำรวยด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่ามาก ไม่ว่าน้อย เพราะก็คงไม่มี...

เริ่มต้นเรียนรู้การทำเงิน




ถ้าเราไม่เริ่มต้นซะตั้งแต่วันนี้ แล้วจะไปเริ่มต้นวันไหน


ใคร ๆ ก็อยากร่ำรวยด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่ามาก ไม่ว่าน้อย เพราะก็คงไม่มีใครอยากลำบากในยามที่อายุมาก หรือในยามที่เราไม่มีเรี่ยวแรงที่จะหาเงินกันได้อีก หากจะพูดถึงกันในระยะยาวการลงทุนกันด้วยสังหาริมทรัพย์ดูจะเป็นที่หมายปองและตอบโจทย์ได้มากที่สุดอีกหนึ่งทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นคอนโด บ้าน อพาร์ทเมนท์ อาคารพาณิชย์ ที่ดิน หรือหุ้นที่อาจจะไม่ได้จัดว่าอยู่ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ได้รับความนิยมกันมากเลยทีเดียว

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เรามีอิสระภาพทางการเงิน การใช้จ่ายของเราก็ไม่ต้องอาศัยช่วงเวลาสิ้นเดือนที่เงินเดือนออกเหมือนกับงานประจำ แต่ก็ยังคงต้องอาศัยระเบียบวินัยในการใช้จ่ายเช่นเดียวกัน เพราะเสมือนเราเป็นผู้บริหารเองทั้งหมด ต่างกับงานประจำที่เราอาจไม่ต้องบริหารใด ๆ มากนัก ทำเฉพาะหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดก็เพียงพอ สิ้นเดือนมาก็รอรับเงินเดือน นำมาจับจ่ายใช้สอยในภาระต่าง ๆ และก็ตั้งหน้าตั้งหน้าทำงาน และรอเงินเดือนกันต่อไป เป็นวัฏจักรของชีวิตในวงเวียนนี้ แต่คุณได้หยุด แล้วถาม-ตอบ กับชีวิตตัวเองบ้างหรือไม่ ว่าต้องการวงเวียนชีวิตแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน อยากเกษียรตัวเองแล้วมานั่งดุเงินทำงานให้เราบ้างไหม  

อสังหาฯ เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ในตัวเอง และแตกต่างจากการลงทุนในทรัพย์สินอื่น ๆ อยู่มาก เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเป็นรูปธรรม เราสามารถสร้างรายได้จากอสังหาฯ ได้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้เช่ารายเดือน รายปี หรือมากกว่า 10 ปี ก็สามารถทำได้ ยิ่งอายุของอสังหาฯ มากเท่าได ก็ยิ่งจะเป็นตัวทำเงินได้มากเป็นทวีคูน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งที่เป็นแหล่งเศรษฐกิจต่าง ๆ ของประเทศ และจังหวัดนั้น ๆ ที่สำคัญอีกประการก็คือในด้านความผันผวนของราคาก็ดุจะมีผลกระทบเข้ามาในอัตราส่วนที่ผู้ลงทุนมักจะยอมรับได้ ซึ่งในส่วนนี้เอาเข้าจริง ๆ แล้วเราก็ต้องทำการพิจารณาการถือครองในภาวะต่าง ๆ กันอีกทีเช่นกัน

อย่างไรก็ตามยังมีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในอสังหาฯอยู่ด้วย โดยมีการจัดอันดับความเสียงในระดับต่าง ๆ เหมือนกับกองทุนทั่ว ๆ ไป ซึ่งก่อนการลงทุนเราก็ควรศึกษาก่อนเช่นกันว่าเราจะรับความเสี่ยงได้ในระดับไหนเพื่อได้มาซึ่งผลตอบแทนที่เราต้องการ และไม่ว่าคุณต้องการให้เงินทำงานให้ในรูปแบบใด ประสบการณ์เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยตอบคำถามให้กับคุณได้ว่าเงินก้อนนี้ของคุณเหมาะกับการลงทุนด้วยอะไร

TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , เคล็ดลับการลงทุน , วางแผนการลงทุน


ขับเคลื่อนโดย Blogger.