แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเสี่ยงการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเสี่ยงการลงทุน แสดงบทความทั้งหมด

“ วัยเกษียณ ” เมื่อพูดถึงคำนี้แล้วทุกคนก็จะคิดถึงวัยที่ต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เนื่องจากการทำงานที่ยาวนานของชีวิตมาแล้ว แต่อย่าล...

เมื่อวัยเกษียณลงทุนกับอสังหาริมทรัพย์




“ วัยเกษียณ ” เมื่อพูดถึงคำนี้แล้วทุกคนก็จะคิดถึงวัยที่ต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เนื่องจากการทำงานที่ยาวนานของชีวิตมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าการใช้ชีวิตในทุกๆวันนั้นย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น แล้วเงินออมของคุณนั้นเพียงพอที่จะใช้ไปตลอดชีวิตที่เหลือของคุณหรือไม่ ดังนั้นวัยเกษียณจึงต้องมีการลงทุน นำเงินออมของคุณบางส่วนมาลงทุนเพื่อให้เกิดรายได้เข้ามาบางอย่างน้อยก็เป็นการนำมาชดเชยกับรายจ่ายที่ยังคงมีอยู่หลังจากเกษียณ และแน่นอนว่าบทความที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นก็คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณอายุกัน

เมื่อพูดถึงวัยเกษียณกับการลงทุนแล้วล่ะก็ วัยนี้ถือได้ว่าเป็นวัยที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต่ำ เพราะหลังจากเกษียณแล้วจะถือได้ว่าจะไม่ได้เงินเดือนทุกเดือนเหมือนตอนที่ยังทำงานอยู่ (ยกเว้นข้าราชการบำนาญ)  เงินที่ใช้ก็เกิดมาจากเงินออมที่เคยออมไว้ในตอนที่ยังทำงานอยู่ ดังนั้นจึงควรที่จะมีการวางแผนเพื่อให้ทรัพย์สินที่มีอยู่ หรือทุนเพียงพอที่จะสร้างรายได้ให้ในอนาคตหลังจากเกษียณอายุ ความพร้อมจากการวางแผนนั้นจะทำให้การลงทุนผิดพลาดน้อยลงและยังทำให้เกิดความเสี่ยงได้น้อยลงอีกด้วย

สำหรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับผู้เกษียณเองนั้น ผู้ที่จะลงทุนจะต้องศึกษาความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนให้มากเพราะอย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่าวัยเกษียณเป็นวัยที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ต่ำ ดังนั้นการจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ควรที่จะเริ่มศึกษาการลงทุนตั้งแต่ก่อนเกษียณอายุ เพื่อเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆหรืออาจจะมีการลงทุนล่วงหน้าเพื่อเป็นฐานให้กับการลงทุนเมื่อเกษียณอายุออกมาเราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีความเสี่ยงมากนัก ก็ถือได้ว่าถ้าเราปูพื้นมาดีแล้วหลังจากนั้นเราก็จะมีรายรับจากสิ่งที่สร้างไว้ก่อนหน้านี้ แล้วสิ่งที่ผู้เกษียณอายุจะรู้ก่อนที่จะลงทุนนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูกัน 

อย่างแรกเลยคือ : รายรับที่เราจะมีหลังจากเกษียณ เพื่อที่เราจะสามารถจัดสรรเงินสำหรับการลงทุนได้และผลที่ได้จากการลงทุนด้วยเงินนั้นจะให้ผลตอบแทนกับเรามากน้อยเท่าไหร่ได้

ต่อมาคือ : รู้ค่าใช้จ่าย เมื่อรู้รายรับแล้วเราก็ต้องรู้ด้วยว่ารายจ่ายของเราเป็นเท่าไหร่ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราเกษียณแล้วรายจ่ายหลายๆอย่างก็ควรที่จะลดลงไปบ้าง 

และอย่างสุดท้ายก็คือหาความรู้ ศึกษาข้อมูลการลงทุนและประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหลังจากลงทุน ว่าเรามีความสามารถที่จะรับได้มากน้อยเพียงใด  

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วผู้ที่คิดที่จะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในวัยเกษียณนั้นจะต้องเริ่มวางแผนอนาคตไว้ล่วงหน้าได้แล้วเพื่อชีวิตที่สบายในวัยหลังเกษียณอายุ ขอให้มีความสุขกับการลงทุนในวัยเกษียณ....

TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อใด ???? หลายต่อหลายคนอาจคิดถึงภาพตอนขายว่าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วกำ...

ทำความเข้าใจกับกำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์




กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นเมื่อใด ???? หลายต่อหลายคนอาจคิดถึงภาพตอนขายว่าจะขายได้ในราคาเท่าไหร่ แต่ในความเป็นจริงแล้วกำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์เกิดขึ้นสองครั้ง 

ครั้งแรกกำไรส่วนต่างเกิดขึ้นในตอนซื้อหมายความว่าหากเราซื้ออสังหาริมทรัพย์นั้นได้ในราคาถูก หรือเราสามารถต่อรองราคาได้ราคาต่ำกว่าราคาในท้องตลาด ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้เราจะพบได้บ่อยเมื่อผู้ขายมีความจำเป็นเร่งด่วนในการใช้เงิน  ผู้ขายย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยหรือย้ายสถานที่ทำงาน  การซื้อขายระหว่างญาตพี่น้อง  หรือแม้แต่การซื้อทรัพย์จากบังคับคดีเอง  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทรัพย์สินที่เราซื้อนั้นมีราคาสูงหรือต่ำ  เราสามารถหาความรู้เพิ่มเติมหรือราคาทรัพย์สินนั้นในราคาคร่าวๆ จากราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินของทางราชการว่ามีราคาเท่าไหร่  ซึ่งแน่นอนว่ายังไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจว่าจริงๆ แล้วทรัพย์สินที่เราสนใจราคาเท่าในแน่  

ทางหนึ่งซึ่งควรทำอย่างยิ่งคือการออกสำรวจพื้นที่ที่ใกล้เคียงว่าระยะเวลาหนึ่งปี สองปี หรือสามปีที่ผ่านมามีการซื้อขายที่ดินบริเวณนั้นหรือไม่  และซื้อขายกันในราคาเท่าใด  นอกจากนี้การเสนอซื้อเสนอขายที่ดินบริเวณใกล้เคียงกันนั้นก็เป็นตัวกำหนดราคาอย่างคร่าวๆ ได้เช่นเดียวกัน  จากนั้นเราก็รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เราไปลงสำรวจพื้นที่มาวิเคราะห์อย่างคร่าวๆ ว่าราคาที่เราจะซื้อนั้นเหมาะสมหรือไม่  ถูกหรือแพงเกินไป  ข้อดูอีกประการหนึ่งของการสำรวจพื้นที่บริเวณใกล้เคียงที่ดินแปลงที่เราสนใจซื้อคือเราสามารถทราบสภาพพื้นที่ว่าอยู่ใกล้แหล่งชุมชนไหม  ที่ผ่านบริเวณนี้เคยถูกน้ำท่วมไหม  เป็นพื้นที่ที่จะมีคนต้องการซื้อไหม  หากพื้นที่บริเวณนั้นกำลังเป็นที่ต้องการเราก็จะสามารถขายที่ดินได้อย่างไม่ยากนัก
ครั้งที่สองกำไรส่วนต่างเกิดขึ้นในตอนขาย  ซึ่งมีระยะเวลาเข้ามาเกี่ยวข้อง  ยิ่งถือครองที่ดินไว้ได้นานก็จะยิ่งทำให้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น  แต่ก็ไม่เสมอไปเสียเลยทีเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของตัวผู้ขาย  รวมถึงความต้องการที่ดินบริเวณนั้น  สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม  แต่โดยทั่วไปแล้วเวลาจะมีความสัมพันธ์กับราคาที่ดิน  เหตุผลสำคัญเนื่องจากทรัพยากรที่ดินที่มีอยู่อย่างจำกัด  ในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นตลอดเวลาและที่ดินยังเป็นปัจจัยสำคัญทั้งด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน  เป็นปัจจัยการผลิตทุกอย่าง  ดังนั้นความต้องการอสังหาริมทรัพย์จึงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอดเวลาซึ่งเป็นเหตุผลหลักที่จะปฏิเศษไม่ได้เลยว่าราคาของอสังหาริมทรัพย์จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน  

นอกจากนี้กำไรส่วนต่างของอสังหาริมทรัพย์จะมากหรือน้อยปัจจัยเรื่องทำเลที่ตั้งของตัวอสังหาริมทรัพย์เองจะเป็นตัวกำหนดราคาสูงหรือต่ำ  กำไรมากหรือน้อย


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นนอกจากจะหาเงินได้ในแต่ละเดือน หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไป ออมไว้บางส่วนแล้วก็แทบที่...

เมื่อมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ต้องการที่จะลงทุน





แน่นอนว่าในยุคปัจจุบันการเป็นมนุษย์เงินเดือนนั้นนอกจากจะหาเงินได้ในแต่ละเดือน หักค่าใช้จ่ายต่างๆ ออกไป ออมไว้บางส่วนแล้วก็แทบที่จะไม่พอใช้กันเลยทีเดียว และเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของมนุษย์เงินเดือนในปัจจุบันนี้ ทำให้เราเกิดความคิดที่จะนำเงินออมบางส่วนที่มีนั้นมาลงทุนโดยการลงทุนหากจะค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตแล้วก็คงมีหลากหลายทางเลือกทีเดียว แต่การลงทุนอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยนั้นก็น่าจะเป็นการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ 

“อสังหาริมทรัพย์”  เมื่อได้ยินคำนี้แล้วคนส่วนมากมักจะคิดว่า เป็นไปไม่ได้หรอก มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนมันสูงจะตาย มีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่จะลงทุนได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้าเรามาทำความรู้จักกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ดีๆแล้วนั้นคุณจะรู้ว่ามนุษย์เงินเดือนอย่างเราก็สามารถลงทุนได้  และในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้คนทั่วไปจำนวนไม่น้อยเลยที่มีความสนใจในการลงทุนประเภทนี้

แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้มนุษย์เงินเดือนอย่างเราสนใจอยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็เนื่องด้วยเจ้าอสังหาริมทรัพย์นั้นมีความแตกต่างจากการลงทุนประเภทอื่นๆ นั้นก็คือ 

1. มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป  หรือจะพูดง่ายๆคือ ราคาของที่ดินจะเพิ่มขึ้นนั้นเอง ยิ่งถ้าที่ดินที่เราถือครองอยู่นั้นทำเลที่ตั้งเป็นที่ต้องการของคนส่วนมาก ก็จะยิ่งทำให้มูลค่าเพิ่มมาขึ้น 

2. สามารถสร้างผลประโยชน์อื่นตอบแทนได้นอกเหนือจากการปล่อยทิ้งไว้ให้มูลค่าเพิ่ม ลองคิดดูว่าถ้าเราเอาที่ดินหรือบ้านให้คนอื่นเช่า เราก็จะมีรายรับทุกๆเดือน

นอกจากความแตกต่างดังกล่าวแล้วรูปแบบในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ถือว่าสำคัญเช่นกัน มีอะไรกันบ้างเรามาดูกัน

1. ซื้อเพื่อให้เช่า เช่นซื้อคอนโด หรืออาคารพาณิชย์เพื่อให้เช่าเป็นการลงทุนระยะยาวเมื่อให้มีรายได้จากการให้เช่าเป็นงวดๆ ก็คือถ้าใครอยากมีรายรับทุกเดือนเราก็ปล่อยอสังหาริมทรัพย์ส่วนนี้ให้กับผู้ที่สนใจเช่าก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว

2. ซื้อเพื่อเอาไว้เก็งกำไร รูปแบบนี้เป็นการลงทุนระยะสั้น ซื้อสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาทุนที่ต่ำ โดยผู้ซื้อจะต้องดูว่าในปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ชิ้นนี่มีทำเลที่ตั้งที่ดี ในอนาคตจะเป็นที่ต้องการของบุคคลทั่วไป และจะทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นนั้นเอง 

เมื่อเราเห็นความแตกต่างและรูปแบบของการลงทุนประเภทนี้แล้ว ก็น่าจะกระตุ้นความอยากลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อยู่ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยงอยู่ ดังนั้นเราควรศึกษาความเสี่ยงของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน 


TAG : การลงทุน , อสังหาริมทรัพย์ , ความเสี่ยงการลงทุน , วางแผนการลงทุน

ขับเคลื่อนโดย Blogger.